โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล

นายอาจินต์ ขุนฤทธิ์
ผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล

Previous
Next

โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล ประวัติ

โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล ที่อยู่ 141 หมู่ที่ 2 ตำบลไสหร้า อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 โทรศัพท์ 093-7601430
เปิดสอนระดับชั้น อนุบาล 1 ถึงระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เขตพื้นที่บริการ หมู่ 2,๘ ตำบล ไสหร้า อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ประวัติ โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล โดยย่อ โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล เดิมชื่อว่า “โรงเรียนวัดปากคลองทอน” ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2475ใช้โรงฉันของวัดเป็นที่เล่าเรียน จัดตั้งโดยพระอธิการภู่ ปุญญลาโภ เจ้าอาวาสวัดปากคลอง-ทอน มีนักเรียน 30 คน สามเณรยอง สามเณรจับ สามเณรจ่าย ผลัดเปลี่ยนกันทำการสอน

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2477 ได้ยกฐานะเป็นโรงเรียนประชาบาล ชื่อโรงเรียนประชาบาลตำบลฉวาง 2 (วัดปากคลองทอน) ตามคำสั่งจังหวัดนครศรีธรรมราช 1091/3653 และแต่งตั้งให้นายยอง เพชรช่วย ครูใหญ่โรงเรียนประชาบาล ตำบลนาแว 1 (วัดศิลา) มาเป็นครูใหญ่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 และได้จัดชั้นเรียนตามความรู้เดิม เป็น 3 ชั้นเรียน รวมทั้งสิ้น 56 คน การเรียนการสอนมีครู 1 คน และสามเณรช่วยสอน 3 รูป

วันที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙ นายบุญฤทธิ์ เสนาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทรายขาวได้เดินทางมารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล ตามคำสั่งสำนักงานการประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๒ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๘ – จนถึงปัจจุบัน

ในปี ๒๕๕๖ ทางโรงเรียนได้รับการประเมินภายนอกรอบที่ ๓ จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) ระหว่างวันที่ ๒๗-๒๙ มกราคม ๒๕๕๖ จากหน่วยประเมินบริษัทสแตนดาร์ดการประเมิน ผลการประเมินผ่านการรับรองมาตรฐานการศึกษาทั้ง ๒ ระดับ ดังนี้

ระดับปฐมวัย ระดับคุณภาพ ดีเยี่ยม
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับคุณภาพ ดี
ในปีการศึกษา ๒๕๖1 ทางโรงเรียนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอับดับ 1 วงอังกะลุง ประถมศึกษาในงานประกวดดนตรีไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 10 ปี 2561 ได้เข้าร่วมงานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม ฯ ระดับชาติ จ.ตรัง จำนวน ๑๐ รายการแข่งขัน ได้รับรางวัลดังนี้

1) รางวัลเหรียญทอง กิจกรรมการประกวดละครคุณธรรม ระดับชั้น ป.1-ม.3 ๒) เหรียญทอง กิจกรรมการประกวดมารยาทไทย ระดับชั้น ป.1-ป.3 ๓) เหรียญทอง รองชนะเลิศอันดับที่ 2 กิจกรรมการแข่งขันคัดลายมือ สื่อภาษาไทย ระดับชั้น ป.4-ป.6 ๔) เหรียญเงิน กิจกรรมการแข่งขันคัดลายมือ สื่อภาษาไทย ระดับชั้นป.1-ป.3 ๕) เหรียญทอง การแข่งขันวงอังกะลุง ป.1-ป1.6 ๖) เหรียญเงิน การแข่งขันการบรรเลงวงเครื่องสายวงเล็ก ป.1-ป6 ๗) เหรียญทองแดงการแข่งขันเดี่ยวขลุ่ยเพียงออ ป.1-ป1.6 ๘) เหรียญทองแดง การแข่งขันเดี่ยว ซอด้วงป.1-ป1.6๙) เหรียญเงิน กิจกรรมการแข่งขันนาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ ระดับชั้นป.1-ป.6 และ ๑๐) เหรียญทองการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทสิ่งประดิษฐ์ ชั้นป.4-ป.6

โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล วิสัยทัศน์ 

ภายในปี ๒๕๖๓  โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล  เป็นองค์กรการศึกษานำด้านวิชาการ  พัฒนาความสามารถด้านดนตรี   ก้าวทันเทคโนโลยี  มีคุณธรรม  สืบสานความเป็นไทย สุขภาพแข็งแรง  ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ปรัชญา

ตระหนักในหน้าที่  มีวินัย นิยมไทย  ใฝ่คุณธรรม  น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

พันธกิจ

จัดการศึกษาแก่ประชากรวัยเรียนทุกคนให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ  โดยพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้     คู่คุณธรรม และพัฒนาความสามารถด้านดนตรี อย่างเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคล    ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพระดับชาติ

เป้าประสงค์

๑.  เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการจัดการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ  มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน

มีความสามารถในด้านดนตรี การติดต่อสื่อสาร  การคิด   การแก้ปัญหา    การใช้ทักษะชีวิต  และการใช้เทคโนโลยี  ส่งผลให้ผู้เรียนมีความสำเร็จในการเรียน  มีความเชื่อมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข  มีจิตสาธารณะ  มีความกตัญญู ดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และรับผิดชอบต่อสังคม

๒.   เพื่อให้ประชากรวัยเรียนได้รับโอกาสในการศึกษาปฐมวัย  และการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ

๓.  เพื่อยกระดับครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ปฏิบัติงานได้อย่างมืออาชีพ

๔.  เพื่อให้สถานศึกษามีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการศึกษา  โดยเน้นการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน

เพื่อยกระดับคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาโดยยึดหลักธรรมาภิบาล

อัตลักษณ์ของ โรงเรียนวัดสามัคคีนุกูล

อยู่อย่างพอเพียง

เอกลักษณ์ของสถานศึกษา

โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาโรงเรียน

สุวิชาโน ภวํ โหติ
ผู้มีความรู้ในทางที่ดี เป็นผู้เจริญ

คำขวัญโรงเรียน

เรียนดี กีฬาเด่น เน้นคุณธรรม น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กิจกรรมโรงเรียน

นานาสาระ

การเต้น สำหรับผู้หญิงมีประโยชน์ส่วนช่วยในเรื่องใดบ้าง

การเต้น สำหรับผู้หญิงมีประโยชน์ การเต้นรำเป็นกิจกรรมที่ผสมผสานระหว่างกีฬา และความบันเทิง ซึ่งไม่เพียงแต่เสริมสร้างมิตรภาพระหว่างเพื่อนหญิงเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมสุขภาพกายและใจ และปลูกฝังความมั่นใจในตนเองและอารมณ์ แต่เราต้องใส่ใจกับบางสิ่ง ในการเต้น เพื่อที่จะปกป้องตัวเองได้ดีขึ้น ก่อนอื่นเราต้องเลือกท่าเต้นที่เหมาะกับเรา อย่างที่สอง เราต้องวอร์มอัพให้เพียงพอก่อนจะเต้น ถ้าเป็นการเต้นในร่ม เราต้องให้ความสำคัญกับการไหลเวียนของอากาศ และไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการเต้นรำ เรามาดูรายละเอียด การแนะนำกัน การเต้นมีประโยชน์อย่างไร

1. ลดความเมื่อยล้า ในการเต้นรำ การเคลื่อนไหวทั้งชุด จะทำอย่างสอดคล้องกันราบรื่นเรียบร้อย และมีจังหวะ ซึ่งมีประโยชน์มาก สำหรับการฝึกความรู้สึกของดนตรี และความคล่องแคล่ว ยิ่งไปกว่านั้น การเต้นรำยังมีความสนุกสนานที่มีสมาธิและจดจ่อได้ง่าย และง่ายต่อการเพิกเฉยต่อความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย

2. ควบคุมการทำงาน ทางสรีรวิทยาของร่างกาย เมื่อเต้นการหายใจจะถูกปรับ และการหายใจ จะส่งผลต่อการทำงานทางสรีรวิทยาอื่นๆ ของร่างกายเช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนโลหิต อุณหภูมิของร่างกาย ทำให้ร่างกายของเรามีสุขภาพดี

3. ปลูกฝังความมั่นใจในตนเอง และนิสัยใจคอ เมื่ออายุ 20ปีเยาวชนเริ่มเป็นหนุ่มสาว เมื่ออายุ 30ปี เขามีเสน่ห์ เมื่ออายุ 40ปี เขามีสติปัญญา และเมื่ออายุ 50ปี เขาก็ออกมาอย่างสง่างาม ผู้หญิงเต้นเกิดมาเพื่อรักความงาม ซึ่งเป็นนิสัยใจคอความสง่างาม และสภาพจิตใจความมั่นใจในตัวเอง

4. ลดน้ำหนักจากการสำรวจพบว่า การจูบที่เร่าร้อนเผาผลาญพลังงานได้ 12แคลอรี่ และการเต้นรำ 10นาที สามารถเผาผลาญพลังงานได้ 50แคลอรี่ แม้แต่การเต้นที่ช้าที่สุด ก็สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ 200แคลอรี่ต่อชั่วโมงในทำนองเดียวกัน หากคุณมีความกระตือรือร้น และตื่นเต้นในกระบวนการนี้ คุณสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ 500หรือ600แคลอรี่

สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ สำหรับผู้หญิงที่เต้น การเลือกประเภทของการเต้นรำ การเต้นรำเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ดี ซึ่งสามารถช่วยให้เราลดไขมัน และเซลลูไลท์ในร่างกาย และสร้างหุ่นที่สวยงามได้ การเต้นรำมีหลายประเภท การเต้นรำที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ได้แก่ การเต้นรำแบบละติน การเต้นรำหน้าท้อง บัลเล่ต์และการเต้นรำบนท้องถนนเป็นต้น แน่นอนว่า เรามีอิสระที่จะเลือกการเต้นรำแบบหนึ่ง หรือหลายแบบที่เราต้องการฝึก

เวลาซ้อมเต้น การออกกำลังกายแบบแอโรบิคทั่วไป ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ในการเผาผลาญไขมันอย่างเต็มที่ ดังนั้นการออกกำลังกายด้วยการเต้น จึงไม่มีข้อยกเว้น เราควรจัดเวลาในการฝึกตามงานของเราเอง และพักผ่อน แม้ว่าเราจะย้ำเสมอว่า เวลาในการฝึกต้องไม่สั้นเกินไป พยายามอย่าให้เกินสองชั่วโมง

การเตรียมตัววอร์มอัพเป็นสิ่งสำคัญ จุดสำคัญของการฝึกเต้นคือ การเคลื่อนไหวที่เหมาะสม และสำหรับการเคลื่อนไหวที่ยากลำบาก หากการวอร์มอัพทำได้ไม่ดี ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความแม่นยำของการเคลื่อนไหวเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดอันตรายที่ซ่อนอยู่ได้ง่ายอีกด้วย

ให้ความสนใจกับการไหลเวียนของอากาศ ไม่ว่าเราจะเลือกเต้นในยิม หรือซ้อมที่บ้านการไหลเวียนของอากาศในร่ม มีความสำคัญมาก เพราะการเต้นไม่เหมาะกับการซ้อมกลางแจ้ง โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแอโรบิคเฉพาะ เมื่อเราหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปในร่างกายมากขึ้น ก็จะทำให้อ้วนได้มากขึ้น ได้ผลการเผาไหม้ และอากาศบริสุทธิ์ในการไหลเวียน ยังสามารถทำให้สภาพของเราดีขึ้น

ให้ความสนใจกับรัฐ ไม่แนะนำให้ข้ามการเต้นรำที่รุนแรง เนื่องจากการเต้นอย่างบ้าคลั่ง สามารถทำให้เส้นประสาทซิมพาเทติกตื่นเต้นมากเกินไปได้ง่าย จึงอาจทำให้หายใจถี่หัวใจเต้นเร็ว และความดันโลหิต ซึ่งอาจกระตุ้น หรือทำให้โรคหัวใจ และหลอดเลือดรุนแรงขึ้นได้

ผู้หญิงคนไหนไม่เหมาะกับการเต้น เนื่องจากสภาพสุขอนามัยที่ไม่สม่ำเสมอของห้องเต้นรำ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่ดี จึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมในการเต้นรำ หากคุณต้องเข้าร่วม ควรสวมถุงมือที่มีน้ำหนักเบา และถูน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื้น เพื่อลดการสัมผัสโดยตรงกับเชื้อโรค ผู้ที่เมาสุรา การกระตุ้นแอลกอฮอล์อย่างรุนแรงในสมองน้อย อาจทำให้ความสามารถในการทรงตัวของบุคคลลดลง เดินไม่มั่นคงและถึงกับล้มลง นอกจากนี้คนที่เมาสุราจะขาดความสามารถในการควบคุมตัวเอง ซึ่งมักจะนำความไม่สะดวกมาสู่การเต้นรำ

หญิงตั้งครรภ์ สตรีมีครรภ์ในระยะหลังของการตั้งครรภ์ สามารถออกกำลังกายได้ในระดับปานกลาง แต่การเต้นรำไม่เหมาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีที่มีประวัติแท้งบุตร เนื่องจากบรรยากาศในงานเต้นรำ สามารถทำให้ผู้คนเหนื่อยล้า และมีอารมณ์ร่วมได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง เลือดออกทางช่องคลอด และแม้แต่การแท้งบุตร

ผู้ที่เจ็บป่วยทางกาย สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือด การเต้นอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น และทำให้โรคกำเริบได้ง่ายผู้ที่เป็นโรคไส้เลื่อน โรคกระเพาะ และอาการห้อยยานของอวัยวะ อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น เนื่องจากการเต้นผู้ที่มีอาการวิงเวียนศีรษะเช่น อาการเวียนศีรษะหูชั้นในโรคปากมดลูกเป็นต้น มักจะล้มลงขณะเต้นรำ กระดูกหักอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่รุนแรง

ข่าวประชาสัมพันธ์